สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเสนอนายกฯ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผ่าน3 ประเด็นหลักหวังแก้ปมธุรกิจช่วยผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยจริง

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน” ร่วมประชุม workshop ตามคำเชิญพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมเสนอ ประเด็นที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนช่วยผู้ต้องการปลูกสร้างบ้านเอง และเป็นReal Demand ผ่านมาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา 2% ของค่าปลูกสร้างบ้านแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ในเวลา ปี และยกเว้นภาษีที่ดินไม่เกินคนละ 200 ตารางวาการลงทะเบียนผู้ประกอบการรับสร้างบ้านให้อยู่ในระบบ และต้องการให้รัฐส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านอาชีวศึกษาพร้อมลดอุปสรรคธุรกิจด้วยการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตก่อสร้างของภาครัฐมีการปฎิรูปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2563  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดประชุม workshop กับภาคธุรกิจต่างๆ ตามแนวทาง รวมไทยสร้างชาติ ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน และจากทุกระดับของสังคม ซึ่งก็รวมถึง สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน” (Home Builders Association : HBA) เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภาคบริการที่ได้รับเชิญร่วมระดมความคิดและวิธีขับเคลื่อนภาคธุรกิจสู่อนาคต โดยมีนายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน, นางพัชรา ตัณฑยรรยง  กรรมการกิตติมศักดิ์  และนายโอฬาร จันทร์ภู่ เลขาธิการสมาคมฯ เข้าร่วมประชุม workshop พร้อมกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และตัวแทนจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ด้วยมากกว่า 25 ท่าน

นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builders Association : HBA) เปิดเผยว่า ในที่ประชุมสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีในประเด็นต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งก็รวมถึงภาพรวมตลาดบ้านสร้างเองนั้นมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมากจากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เห็นได้จากบ้านเดี่ยวที่ขออนุญาตก่อสร้างเองทั่วประเทศ (บ้านที่อยู่นอกโครงการจัดสรรในปี 2562มีถึง 100,657 หลังคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 208,675 ล้านบาทในจำนวนนี้หากแยกเป็นบ้านเดี่ยวที่จดทะเบียนใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2562 ซึ่งเป็นบ้านที่ประชาชนสร้างเองมีจำนวน 18,029 หลัง เพิ่มขึ้น 3% ( จากปี 2561)

นอกจากนี้ ยังมีที่ดินว่างเปล่าไม่น้อยกว่า 120  ล้านตารางเมตร และในจำนวนนี้กว่า 50% อยู่ใน 10เขตหลักที่เป็นพื้นที่สำหรับสร้างบ้านเอง และในขณะเดียวกันมีบ้านที่สร้างเองที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปมีจำนวน 300,000 หลังที่พร้อมจะรื้อถอนและปลูกสร้างใหม่ซึ่งผู้บริโภคที่ปลูกสร้างบ้านเองนั้นจะเป็นกลุ่มคนที่เก็บและออมเงินสำหรับปลูกสร้างบ้านของตนเองและเป็น Real Demand ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่จริงไม่ใช่เพื่อเก็งกำไรซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้จะขอกู้ธนาคารเพียง 50% ด้วยเหตนี้ทางสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านจึงต้องการให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนในประเด็นหลักๆดังนี้ 

ประเด็นที่ 1. มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้านซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่กลุ่มธุรกิจบ้านสร้างเองไม่เคยอยู่ในข่ายที่ได้รับความช่วยเหลือ จึงขอให้รัฐบาลสนับสนุนผ่านมาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา2ของค่าปลูกสร้างบ้านแต่ไม่เกิน100,000 บาท ในเวลา ปีสามารถนำไปลดหย่อนเฉลี่ยเท่าๆกัน)ของรอบบัญชีภาษีและมาตรการยกเว้นภาษีที่ดินให้ผู้มีที่ดินเปล่าไว้สำหรับปลูกสร้างบ้าน (บ้านหลังแรกหรือคนที่ไม่เคยมีบ้านเลยไม่เกินคนละ 200 ตารางวาซึ่งมาตรการดังกล่าวถ้าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลก็จะทำให้บุคคลทั่วไปสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ทั้งที่มีที่ดินอยู่แล้วจะไม่ต้องขายออกไปเพื่อลกภาระภาษีหรือผู้ที่จะซื้อที่ดินเก็บไว้เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยก็จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้รัฐก็ไม่ต้องเสียหายในเรื่องของภาษีส่วนนี้มาก และยังแสดงถึงความเห็นใจประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือให้ประชาชนมีโอกาสที่จะมีบ้านได้ง่ายขึ้น

ประเด็นที่ 2. การลงทะเบียนผู้ประกอบการรับสร้างบ้านให้อยู่ในระบบทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานและลดเรื่องการทิ้งงาน สร้างบ้านแล้วไม่ได้บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่อีกทั้งจะเป็นการที่ภาครัฐยังสามารถจัดเก็บภาษีเพื่อที่จะเข้ามาอยู่ในระบบอีกไม่ต่ำกว่า  20,000 ล้านบาทต่อปี

ประเด็นที่ 3. ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านอาชีวศึกษา กล่าวคือปัจจุบันในภาคธุรกิจรับสร้างบ้านยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านอาชีวะเพื่อมาพัฒนางานด้านนี้อีกจำนวนมากจึงอยากให้รัฐช่วยส่งเสริมเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่รวมถึงผู้ปกครองเห็นคุณค่าของงานด้านอาชีวะศึกษา และมีการพัฒนาต่อยอดงานด้านคุณวุฒิวิชาชีพให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

พร้อมกันนี้นายวรวุฒิ ยังกล่าวด้วยว่า ยังมีกติกาของรัฐที่ยังเป็นอุปสรรคที่ต้องการให้มีการแก้ไขโดยเฉพาะในเรื่องการขออนุญาตปลูกสร้างตามเขตต่างๆมีควาล่าช้าและไม่ได้รับความสะดวกจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตก่อสร้างของภาครัฐมีการปฎิรูปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


 

ข่าวสารน่าสนใจ


 

ธุ ร กิ จ / ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์

Visitors: 27,910